4 เทคนิคในการประมาณการภาษีไม่ให้ถูกปรับ

หมวด: 
บัญชีและภาษี
รายละเอียด: 

การยื่นแบบฯ และชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรจริงแม้จะต้องจัดทำงบการเงิน และสอบทานงบฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบฯ อาจจะเป็นวิธีที่ยุ่งยากกว่า แต่ก็จะไม่มีประเด็นเรื่องการยื่นชำระภาษีต่ำหรือสูงกว่าความเป็นจริง

ส่วนการประมาณการกำไร(ขาดทุน) เพื่อคำนวณภาษีครึ่งปีแม้จะเป็นวิธีที่ง่าย และสะดวกกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องประมาณการขาดไปเกิน 25% แต่หากทำได้ทำเป็นความเสี่ยงดังกล่าวอาจจะหายไปได้ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับวิธีการยื่นแบบฯ และชำระภาษีโดยวิธีประมาณการกันก่อน เพื่อจะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการยื่นแบบฯ ครึ่งปีในครั้งต่อไป โดยมีวิธีการสรุปง่าย ๆ ดังนี้

ทำความเข้าใจหน้าที่ในการยื่นแบบฯและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมได้จาก#2เรื่องที่ต้องรู้เพื่อยื่นแบบและเสียภาษีให้ถูกต้อง#

เมื่อเข้าใจวิธีการทำประมาณการแล้ว ไปดูเทคนิคในการจัดทำประมาณการเพื่อลดประเด็นปัญหาที่อาจจะเกิดจากการประมาณการขาดไปเกิน 25% กันดีกว่า

1. เทคนิคการประมาณการรายได้ตลอดปี

เรื่องการประมาณการจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย เพราะกว่าจะทำประมาณการก็เข้าเดือนที่ 7 หรือ 8 ของการทำธุรกิจเข้าไปแล้ว เท่ากับว่าผ่านมาเกือบ 3 ใน 4 ของปี ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลในปีที่มากพอจะคาดเดาว่ารายได้ที่เหลืออีก 4 เดือนรวมเป็น 1 ปี จะมากน้อยเพียงใด เมื่อประมาณการได้แล้วก็ให้นำรายได้มาเป็นตัวตั้งต้นในการทำประมาณการ

หากกิจการยังอยู่ในทิศทางที่ดี อาจจะประมาณการให้รายได้สูงกว่าปีก่อน เพื่อสร้างเหตุอันสมควรกรณีประมาณการขาดไปเพื่อไม่ให้โดนปรับ โดยเฉพาะกิจการ SME's ที่ได้รับสิทธิยกเว้น และลดหย่อนภาษี ควรทำประมาณการให้รายได้มากกว่าปีก่อนไว้เพื่อความปลอดภัย

2. เทคนิคการประมาณการต้นทุน และรายจ่ายตลอดปีภาษี

การทำประมาณการต้นทุน และรายจ่ายวิธีง่ายๆ ทำได้โดยนำ % ต้นทุน และ%รายจ่ายเมื่อเทียบกับรายได้ของปีที่ผ่านมา และ 8 เดือนปัจจุบันมาเป็นตัวเปรียบเทียบ และใช้เป็นฐานในการจัดทำ รวมถึงทบทวนว่า 4 เดือนที่เหลือจะมีรายจ่ายอะไรพิเศษหรือไม่ ก็สามารถนำมารวมกันเพื่อเป็นต้นทุน และรายจ่ายสำหรับนำไปหักออกจากรายได้ เพื่อให้ได้ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี

3. เทคนิคการลดกำไรโดยใช้ประโยชน์จากผลขาดทุนสะสมทางภาษีไม่เกิน 5 ปี

แม้จะคำนวณประมาณการกำไรสุทธิได้แล้ว แต่หากกิจการดำเนินการงานมามีผลขาดทุนสะสมทางภาษีไม่เกิน 5 ปี สามารถนำผลขาดทุนนั้นมาใช้ประโยชน์โดยนำไปหักจากกำไรจากการประมาณการก่อน หากยังมีกำไรเหลือค่อยหาร 2 เพื่อให้ได้ประมาณการกำไรครี่งปี เพื่อนำไปคำนวณภาษี

แต่หากผลการประมาณการออกมาเป็นขาดทุนสะสม ก็เป็นอันจบ ยื่นแบบฯ ไม่ต้องชำระภาษี สบายไป หากประมาณการมีกำไร แต่มีผลขาดทุนสะสมมาก เรียกว่าหักยังไงก็ไม่หมด สามารถกลับไปทบทวนประมาณการให้มีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ไม่เกินผลขาดทุนสะสม หรือเกินแต่มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาหักออก ทำให้ไม่ต้องชำระภาษีได้ ก็ทำไปเถอะไม่เสียหาย เรียกว่ามี Margin of Safety ไว้ก่อน

4. เทคนิคเพิ่มกำไรโดยไม่ต้องชำระภาษีโดยใช้ประโยชน์จากภาษีหัก ณ ที่จ่าย

หลังจากทำประมาณการเรียบร้อย หากต้องเสียภาษีสามารถนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้ สำหรับเดือน 1 - 6 มาหักจากภาษีที่คำนวณได้ก่อน หากยังมีภาษีที่ต้องชำระค่อยชำระพร้อมกับการยื่นแบบฯ หากไม่มีภาษีชำระก็ยื่นแบบฯ โดยไม่ต้องชำระภาษี

สำหรับกิจการที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาก อาจจะใช้ประโยชน์โดยการทำประมาณการให้มีกำไรและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้มากที่สุด แต่เมื่อนำมาหักกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว ไม่ต้องชำระภาษีเพิ่ม จะเป็นวิธีที่เรียกว่าเผื่อกำไรจากการประมาณการไว้ให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องมีปัญหากรณีประมาณการขาดไปเกิน 25%

เทคนิคง่ายๆ ในการประมาณการที่นำปรับใช้ในการจัดทำแบบ ภงด. 51 ที่ใช้ได้จริง และอาจจะทำให้ลดปัญหาประมาณการขาดไปเกิน 25% ได้อีกต่างหาก

ด้วยรัก

มือปราบภาษี


ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่

คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com