5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเลือกทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

หมวด: 
บัญชีและภาษี
รายละเอียด: 

ปัญหาของคนที่กำลังตัดสินใจจะเริ่มออกมาทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจเต็มตัว เต็มรูปแบบ หรือจะทำงานประจำควบคู่ไปกับการทำธุรกิจส่วนตัวจนกว่าจะมั่นคง มั่นใจแล้วว่าไม่ผิดทางคงหนีไม่พ้นเรื่อง รูปแบบธุรกิจ ไหนระหว่างบุคคลธรรมดา กับ นิติบุคคล แต่วันนี้เราขอสรุปข้อมูลเพื่อให้ท่านได้นำไปพิจารณาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจกับ 5 เรื่อง 5 ประเด็นที่เราต้องรู้ก่อนเลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสมกับตัวเรา

1. อัตราภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา  และนิติบุคคล

ยกนี้ ดูเหมือนว่า นิติบุคคลจะได้เปรียบเพราะอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่อย่าลืมเราไม่ได้เสียภาษีอัตราสูงสุดทุกครั้งไป เพราะการเสียภาษีจะเสียจากเงินได้สุทธิ หรือกำไรสุทธิ ที่เราได้รับ หากเงินได้สุทธิ หรือกำไรสุทธิไม่ว่าจะเกิดจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.0 ล้านบาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตราเริ่มต้นที่ 5 % ซึ่งบุคคลธรรมดาอาจจะเสียภาษีน้อยกว่าก็ได้ ดังนั้นต้องนำข้อมูลรายรับ – รายจ่าย – ค่าลดหย่อนมาคำนวณแปรียบเทียบ

     

2. การหักรายจ่ายเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ยกนี้ หากเป็นการเพิ่งเริ่มต้นออกมาทำธุรกิจที่จะต้องประสบปัญหามากมาย การเลือกทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา อาจจะตอบโจทย์ เพราะงานสะดวกกว่า โดยเฉพาะการเลือกหักรายจ่ายเป็นการเหมา ที่ไม่ต้องมีหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์รายจ่ายให้ยุ่งยากเหมือนนิติบุคคล แต่เราก็ต้องรู้ว่ารายได้ของเรา สามารถหักรายจ่ายเป็นการเหมาได้มากน้อยเพียงใด 

3. ผลขาดทุนจากการทำธุรกิจของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ห๊ะ อะไรนะ ทำธุรกิจขาดทุนก็ต้องเสียภาษีด้วยเหรอ คงเป็นสิ่งที่ทุกคนคิด ซึ่งก็ต้องบอกว่าใช่เลย หากเลือกทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต้องยอมรับสัจธรรมเรื่องนี้ว่า ค้าขายได้ ขาดทุนได้ แต่ก็ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย เพราะแม้จะขาดทุนแต่ก็ต้องเสียภาษีจาก เงินได้ก่อนหักรายจ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ  X 0.5% แต่ยังดีที่ยกเว้นให้หากภาษีที่ต้องชำระไม่เกิน 5,000 ยกนี้นิติบุคคลน่าจะได้เปรียบเพราะหากขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษี แถมยังนำไปหักจากกำไรในปีถัดไปได้ไม่เกิน 5 ปีอีกต่างหาก เย้

4. ความรับชอบต่อบุคคลภายนอกของบุคคธรรมดา 

การทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา ต้องเรียว่าดีก็ได้ ร้ายก็รับหมด เพราะกำไรหลังเสียภาษีเป็นของเราคนเดียว หากมีหนี้ก็ก่อขึ้นในนามของเราก็ต้องรับไปคนเดียว ผิดพลาดไปลุกลามไปถึงทรัพย์สินส่วนตัวและครอบครัวได้ด้วย

ขณะที่บริษัทฯ ไม่ว่าจะร้ายดีอย่างไร เราก็รับผิดชอบตามสัดส่วนที่เราลงทุน พลาดพลั้งเงินที่ลงทุนไปก็หมด ไม่ลุกลามถึงทรัพย์สินส่วนตัว หากจะมีข้อยกเว้นคือ กรณีที่เรายังชำระค่าหุ้นไม่ครบถ้วน หรือเราเป็นกรรมการบริหาร รวมถึงเข้าไปเป็นผู้ค้ำประกันให้บริษัท ยกนี้เหลี่ยมนี้บริษัทได้เปรียบนิดๆ 

5. ความรับชอบต่อบุคคลภายนอกของนิติบุคคล

ยกนี้ไม่อยากบอกว่าใครดีกว่า เพราะแม้จะต้องทำบัญชี มีต้นทุนเพิ่ม แต่ก็จะมีข้อมูลสำหรับใช้ตัดสินใจในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี เรียกว่าต่อให้ทำในนามบุคคลธรรมดาก็ควรทำบัญชีให้ชัดเจน

บทความอาจจะยาวไปนิด แต่แบ่งเป็นเรื่องเพื่อเปรียบเทียบรูปแบบธุรกิจแบบไหนดีหรือเหมาะสมกับตัวเอง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังตัดสินใจทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี

เริ่มต้นวางแผนด้วยการเลือกธุรกิจที่เหมาะสมกับคอร์สอบรมออนไลน์

#เลือกรูปแบบดีประหยัดภาษีได้# https://goo.gl/swGk27

ลุยเลย

มือปราบภาษี


ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่

คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com